Home 
   
 
:: ถาม-ตอบ > งาน ADR > ไข้ออกผื่น หรือ แพ้ยา
ไข้ออกผื่น หรือ แพ้ยา
จำนวนผู้อ่าน 12526 ครั้ง
  ชานิดา กาญจนาประดิษฐ์ [สมาชิก] Posted: 2008-09-08 15:20:55
เจ้าของกระทู้
124.157.177.124

แก้ไข
ลบกระทู้

สวัสดีค่ะ

case เด็กหญิง อายุ 7 เดือน เริ่มมีไข้วันที่ 5 ก.ย.51 ไปรักษาที่สถานพยาบาล(คลินิกหมออนามัย)ได้ยา ซารา(พารา)กิน ค่อนช้อนชาเวลามีไข้ตัวร้อน Amoxicillin syr.(125 mg/5ml) กิน ค่อนช้อนชา วันละ 3 ครั้ง

(มารดาผู้ป่วยบอกก่อนหน้านี้ผู้ป่วยไม่เคยได้รับยาฆ่าเชื้อมาก่อน เคยได้รับยาพารา และยาลดน้ำมูกมาก่อน)

เริ่มกินยาวันที่ 6 ก.ย.51 มื้อเย็น

วันที่ 7 ก.ย.51 กินมื้อเช้า เที่ยง หลังกินยามื้อเที่ยงเริ่มมีผื่นขึ้น ผื่นเกิดบริเวณลำตัวก่อน มีผื่นบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย (มารดาเด็กสังเกตเห็นผื่นบริเวณหน้าอกก่อน มารดาผู้ป่วยบอกเด็กมีไข้ตอนคืนวันที่ 6 ก.ย.51 ทั้งคืน ผื่นเกิดเมื่อไข้ลดแล้ว) เด็กไม่แสดงท่าทางเกา มีแต่ร้องกวนตลอด เด็กมีการถ่ายเหลว(ไม่มีมูกลือด)ด้วย

เด็กยังกินยาต่อถึงวันที่ 8 ก.ย.51 มื้อเช้า มาพบแพทย์ตอนเที่ยงของวันที่ 8/9/51

V/S(8/9/51)   

BT = 37.2 องศาเซลเซียส  P= 130 /min   RR = 30/min

ไม่มีการเจาะ CBC

แพทย์ให้หยุดยา amoxicillin เนื่องจากเด็กมีถ่ายเหลว

เด็กได้รับ Bactrim Actifed ORS PARA กลับบ้านค่ะ

ขอเบอร์โทรติดต่อ เพื่อติดตามอาการผู้ป่วยต่อไป

แพทย์สงสัย ไข้ออกผื่น แต่แพทย์ส่งปรึกษาเภสัชกร เรื่องผื่นว่าเกิดจากยาได้หรือเปล่า หนูก็เลยขอคำปรึกษาค่ะ

คำถามค่ะ

1. เป็นไปได้ไหมคะว่าผื่นที่เกิดขึ้นเกิดจากยา amoxicillin หรือเป็นผื่นจากไข้ออกผื่น  เพราะถ้าดูจาก onset เด็กเกิดผื่นหลังกินยาไป 3 dose

2. หลังจากหยุดยา เราจะแยกได้อย่างไรคะว่าผื่นที่เกิดจากโรค/ยา ระยะเวลาที่ผื่นหายจะต่างกันไหมคะ

ขอบคุณค่ะ

ชานิดา

 

 

 

  จารุณี วงศ์วัฒนาเสถียร [สมาชิก] Posted: 2008-09-09 08:40:10
ความคิดเห็นที่ 1
124.157.150.217

แก้ไข
ลบข้อความนี้

- อยากทราบลักษณะผื่นเพิ่มเติมค่ะ ถ้าเป็นผื่นแบบ MP rash ธรรมดา ก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดจากไข้ออกผื่นค่ะ และผื่นที่ขึ้นก็น่าจะเริ่มขึ้นเมื่อไข้เริ่มลง (ถ้าเป็นไข้ออกผื่น)

-  ถ้าเป็นผื่นลักษณะอื่นที่ไม่ใช่ MP rash หรือเป็นผื่นที่ค่อนข้างมีความรุนแรง ก็อาจจะประเมินและออกบัตรแพ้ยาให้คนไข้ก็ได้ ถ้าหลังจากติดตามดูแล้ว ว่าผื่นขึ้นหลังจากได้รับยา และผื่นหายไปหมดหลังหยุดยาค่ะ แต่ผลการประเมินอาจจะได้ระดับ Possible เนื่องจากน่าจะมีสาเหตุอื่นที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่น นั่นก็คืออาจจะเกิดผื่นจากไข้ก็ได่ค่ะ

ถญ.กุลสตรี นรภาร ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมค่ะ

 

  นวภรณ์ วิมลสาระวงศ์ Posted: 2008-09-09 09:15:26
ความคิดเห็นที่ 2
202.183.204.119

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ไข้ออกผื่นกับผื่นแพ้ยามีความแตกต่างกัน  แต่บางครั้งก็แยกยาก  สิ่งที่ต้องสังเกตคือ  ไข้ออกผื่น มักนำมาด้วย ไข้ 3-5 วันอาจมีไอหรือนำมูกเล็กน้อย  เมื่อไข้ลง  ผื่นจะขึ้นโดยมักเริ่มจากลำตัวก่อนแล้วค่อยกระจายไปแขนและขา  ผื่นมักเป็น MP rash  ไม่คัน เมื่อผื่นหายมักไม่มีร่องรอยเหลืออยู่  เด็กจะดูสบายดี กินได้เล่นได้   ถ้าเป็นผื่นแพ้ยา อาจมีไข้ขณะที่ผื่นขึ้น  ผื่นมักคัน เมื่อหายแล้วอาจมี hyperpigment ได้ เด็กจะดูป่วย ไม่เล่นไม่ซน  ในกรณีนี้พี่นึกถึงผื่นจากไวรัสมากกว่า ไวรัสที่เข้าได้กับอายุและอาการของเด็กรายนี้ได้แก่ หัดกับหัดกุหลาบ  แต่เนื่องจากไม่มี Koplik'spot จึงน่าจะเป็นหัดกุหลาบมากกว่า  อาการที่เข้าได้คือ 1. เด็กมีอาการไข้สูง 2-3 วัน  เมื่อไข้ลด ผื่นขึ้น  2. ผื่นเริ่มขึ้นที่ลำตัวก่อนแล้วกระจายไปแขนขา 3. ผื่นไม่คัน  4. เด็กน่าจะดูไม่ป่วยมาก  สำหรับอาการถ่ายเหลวก็พบได้บ่อยหลังติดเชื้อไวรัส  อาจจะให้แค่นำเลือแร่ก็พอ  สรุปการจะแยกโรคกับการติดเชื้อต้องตรวจร่างกาย ลักษณะอาการที่เกิด การกระจายของผื่น  คันหรือไม่คัน หายแล้วมีร่องรอยหรือไม่  น้องลองอ่านหนังสือเพิ่มเติมเรื่องไข้ออกผื่นใน ADR เล่ม 2 ก็ได้นะคะ 

 

 

  ชานิดา กาญจนาประดิษฐ์ [สมาชิก] Posted: 2008-09-09 09:17:11
ความคิดเห็นที่ 3
124.157.176.80

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ข้อมูลเพิ่มค่ะ

ผื่นเป็นแบบ MP rash  แต่เป็นบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย แต่เด็กได้รับยาเพียง 3 dose เอง

มีข้อสงสัยค่ะ

1.   เด็กได้รับยาเพียง 3  dose หากผื่นเกิดจากยานานแค่ไหนหลังหยุดยาผื่นจึงจะหาย(ใช่ 5 halflife ด้วยหรือเปล่า)

2.   หากผื่นเกิดจากไข้/ติดเชื้อไวรัส ระยะเวลานานเท่าไรผื่นจึงจะหาย

ขอบคุณค่ะ

 

 

 

  รุ่งนภา ทรงศิริพันธุ์ [สมาชิก] Posted: 2008-09-09 17:49:04
ความคิดเห็นที่ 4
61.19.24.122

แก้ไข
ลบข้อความนี้

สวัสดีค่ะ น้องชานิดา

   เท่าที่พี่อ่านข้อมูลทั้งหมดแล้ว ค่อนข้างไปทางไข้ออกผื่นนะคะ เนื่องจากผื่นขึ้นตอนไข้ลงแล้ว และดูเด็กไม่ได้เกาคันอะไร  เท่าที่ตั้วเองเคยมีประสบการณ์ตรง ผื่นจะอยู่ประมาณ 1-2 วันอาจถึง 3 วันได้ แต่พอหายก็จะสะอาดดี ไม่มี่รอยค้างใดๆ ค่ะ 

   ส่วนเรื่องการประมาณการเวลาของการแพ้ยา จะบอกได้ว่านานกี่วัน จึงจะหาย ก็มีหลายปัจจัยค่ะ อาทิเช่น อาการที่เกิด ถ้าเป็นผื่นธรรมดา urticaria MP rash ก็จะหายเร็วกว่าพวก STS exfolidtive dermatitis ประมาณนั้นค่ะ  การที่จะกะว่าประมาณ 5 เท่าของค่าครึ่งชีวิตอาจยากสักหน่อย เพราะหลายเหตุผล เช่นเราบอกไม่ได้ชัดเจนว่า  การแพ้เกิดจากตัวยาที่ทานเข้าไป  หรือเกิดจาก เมตาโบไลท์ของมันนะค่ะ  จึงทำให่การประมาณการยากนิดนึง ก็คงดูจากเรื่องของลักษณะอาการแพ้ที่เกิดขึ้นก่อนเป็นประเด็นสำคัญนะ  

  แล้วอย่าลืมตามดูข้อมูลด้วยนะว่า ผู้ป่วยเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากผ่านไปซัก วันสองวัน    ก่อนสรุปผลว่าแพ้หรือไม่แพ้ที่แน่นอนอีกครั้ง  

   ก็ขอชื่นชมกับน้องที่มีการถามและตอบ ให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องนะคะ  จาก พี่รุ่งเองค่ะ

 

  ชานิดา กาญจนาประดิษฐ์ [สมาชิก] Posted: 2008-09-10 16:26:04
ความคิดเห็นที่ 5
124.157.178.239

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ขอบคุณพี่รุ่งมากค่ะ

เมื่อวาน(9/9/51)โทรติดตามอาการมารดาเด็กบอกว่าผื่นลดลงแต่ยังมีอยู่  จะสอบถามไปใหม่พรุ่งนี้ค่ะ

มีคำถามต่ออีก 1 ข้อค่ะ

แล้วกรณีนี้เด็กมีผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าด้วยจะใช้แยกสาเหตุการเกิดผื่นว่าเกิดจากโรคหรืยาได้หรือเปล่าคะ

ปล. ขอแสดงความยินดีกับพี่รุ่งด้วยนะคะ ที่ได้รับรางวัลคนดีศรีสงขลา

 

 

  รุ่งนภา ทรงศิริพันธุ์ [สมาชิก] Posted: 2008-09-12 10:13:09
ความคิดเห็นที่ 6
61.19.24.122

แก้ไข
ลบข้อความนี้

สวัสดีค่ะ น้องชานิดา

    ก่อนอื่นขอขอบคุณค่ะ และในคำถามที่ว่า แล้วกรณีนี้เด็กมีผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าด้วยจะใช้แยกสาเหตุการเกิดผื่นว่าเกิดจากโรคหรือยาได้หรือเปล่านั้น 

     ใช่เลยค่ะ เพราะอาจารย์ชำนาญได้เคยสอนเราไว้ว่า ผื่นแพ้ยา MP rash  มักจะเป็นสองข้างของร่างกายเท่าๆ กัน  บริเวณที่มีการกดทับหรือมีการเสียดสีมักจะมีผื่นขึ้นหนาแน่น  รวมทั้งบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า  ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่ช่วยในการวินิจฉัยแยกแยะโรค คือ เป็นตำแหน่งที่ช่วยให้คิดถึงว่าผื่นที่เห็นนี้ น่าจะเป็นผื่นจากการแพ้ยาค่ะ  สามารถดูรายละเอียดได้จากหนังสือการติดตาม ADR ในระบบผิวหนัง หน้า 23-25 ค่ะ เล่มขนาด pocket book เขียนโดย คุณหมอชำนาญ รพ.ราชวิถี   และ อย.สนับสนุนให้ตอนประชุม workshop ADR  ถ้าใครไม่มีเป็นเล่ม ก็จะมีใน CD ที่แจกให้ค่ะ    

 

  ชานิดา กาญจนาประดิษฐ์ [สมาชิก] Posted: 2008-09-12 13:20:23
ความคิดเห็นที่ 7
124.157.180.237

แก้ไข
ลบข้อความนี้

สวัสดีค่ะ ถึงบทสรุปแล้วค่ะ

วันนี้(12/9/51) โทรติดตามอาการ มารดาผู้ป่วยให้ประวัติผื่นหายวันพุธ(10/9/51) แต่ผิวลอกเป็นขุยเล็กน้อย เด็กไม่มีอาการไอ  ตาไม่แดงไม่แฉะ มีร้องกวนตลอดตอนที่มีผื่น

สรุป

จากข้อมูลที่ติดตามทั้งหมด เด็กมีไข้ 5/9/51 กินยา 6/9/51 วันที่ 7/9/51 ไข้ลด ผื่นขึ้นประมาณตอนเที่ยงเริ่มที่บริเวณลำตัวก่อน แล้วกระจายไปแขนขา มีผื่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย ไม่เกา(น่าจะไม่คัน) หยุดยาวันที่ 8/9/51 ขณะไข้ ผื่นเด็กไม่ไอ ไม่มีขี้ตา ตาไม่แฉะ 

ผื่นหายสนิทวันที่ 10/9/51 หลังผื่นหาย เป็นขุยเล็กน้อย สีไม่เข้ม(ไม่มีHyperpigment)

เมื่อเทียบลักษณะอาการกับไข้ออกผื่นของ อ.ศรีศุภลักษณ์   สิงคาลวณิช  อาการส่วนใหญ่เข้าได้กับไข้ออกผื่น ชนิด หัดกุหลาบ

ขอปรึกษาว่าหนูสรุปถูกทางไหมค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

 

 

  นวภรณ์ วิมลสาระวงศ์ Posted: 2008-09-17 14:31:10
ความคิดเห็นที่ 8
202.183.204.119

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ที่น้องสรุปว่าน่าจะเป็นหักกุหลาบสำหรับผู้ป่วยรายนี้น่าจะถูก เพราะดูจากอายุ ไข้ ลักษณะผื่น การกระจายของผื่น  สำหรับระยะเวลาของผื่นที่เกิดจากเชื้อไวรัสมักหายไปภายใน 2-3 วัน ไม่เกิน 1 สัปดาห์  สำหรับผื่นที่เกิดจากแพ้ยา ว่าจะหายไปภายในกี่วันนั้นขึ้นกับชนิดของผื่น  ความรุนแรงของผืนว่าเป็นแบบใด โดยปกติถ้าเป็นผื่นลมพิษที่ไม่รุนแรง เมื่อหยุดยาและให้ยา antihistamine อาจจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง  แต่ถ้าเป็นลมพิษที่รุนแรงก็อาจใช้เวลาเป็นวันได้  สำหรับ MP rash มักจะดีขึ้นหลังหยุดยาและจะหายไปภายใน1-3 วัน ยาที่มี half-life ยาวอาจมีส่วนที่ทำให้ผื่นอยุ่นานมากกว่ายาที่มี half-life สั้น เพราะยาหรือmetaboliteของยาที่ยังอยู่ในร่างกาย  ยังกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้อยู่  ต้องขอชมน้องว่ามีความตั้งใจและติดตามผู้ป่วยจนผู้ป่วยหายดี  และขอโทษที่ตอบช้าสักหน่อย

 

  ชานิดา กาญจนาประดิษฐ์ [สมาชิก] Posted: 2008-09-17 16:15:37
ความคิดเห็นที่ 9
124.157.182.62

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ขอบคุณพี่ๆทุกท่านมากค่ะ